บ้านคนรักรถ ศูนย์เคลือบแก้ว ฟิล์มกรองแสง และพ่นกันสนิม เพชรบุรี
บทความเกี่ยวกับพ่นเคลือบใต้ท้องรถ - ภาพประกอบ

ARTICLE

ผิวส้มคืออะไรบนสีรถ?

ดีเทลลิ่ง

ผิวส้มคืออะไรบนสีรถ?

ผิวส้ม (Orange Peel) คือพื้นผิวชั้นเคลียร์โค้ตที่ไม่เรียบเป็นกระจกมีลักษณะเป็นคลื่น ๆ เมื่อซูมดูใกล้ ๆ

บทความนี้สรุปเป็นข้อ ๆ จากคำถามยอดฮิต เพื่อให้เข้าใจว่าผิวส้มคืออะไร ทำไมมีทุกคัน และการปรับผิวส้มส่งผลต่อความเงาและความหนาสีอย่างไร

วิดีโอต้นฉบับบน YouTube

1) ผิวส้มบนรถคืออะไร

ผิวส้มก็คือชั้นเคลียร์ของสีรถ หรือที่เราเรียกว่าแล็กเกอร์นั่นเองครับ

ผิวไม่เรียบเป็นกระจก มีลักษณะเป็นคลื่น ๆ เวลาเราซูมดูใกล้ ๆ จะเห็นชัด

ชื่อ "ผิวส้ม" มาจากการเปรียบเทียบกับเปลือกส้มที่มีผิวขรุขระนั่นเองครับ

รถทุกคันที่ออกจากโรงงานหรือจากการทำสี ล้วนมีผิวแบบนี้ทั้งนั้นครับ

2) มีทุกคันเลยหรอ? รถป้ายแดงก็มี

คำตอบคือมีทุกคันครับ รถยี่ห้ออะไรก็มีหมด

โดยเฉพาะรถญี่ปุ่นจะเห็นชัด ทำให้สีรถไม่ค่อยเงา บางคันทำสีมาใหม่บางชิ้นไม่ค่อยเงา เพราะผิวส้มเยอะและหนานั่นเอง

รถป้ายแดงก็มีไหม

มีตั้งแต่ยังไม่มาจอดที่โชว์รูมเลยครับ มีตั้งแต่ออกจากห้องพ่นสีในโรงงานแล้ว

ทำไมบางคันดูเงาน้อยกว่า

ผิวส้มที่เยอะและหนาทำให้ความเงาดูไม่คม บางชิ้นที่ทำสีใหม่จึงดูเงาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

3) ทำไมโรงงานที่ผลิตรถไม่ลบผิวส้มออก

โรงงานใช้หุ่นยนต์พ่นสีและอบจนสีแห้ง จากนั้นประกอบรถและส่งมอบให้ตัวแทนทันที

การลบผิวส้มต้องใช้คนขัดเท่านั้น ไม่สามารถใช้หุ่นยนต์ขัดได้ และใช้เวลานาน

แล็กเกอร์ที่พ่นสีรถมีความหนืด เวลาแข็งตัวจึงไม่เรียบเป็นกระจก กลายเป็นผิวคลื่น ๆ ตามที่ปืนพ่นสีสเปรย์ลงไป

ประเด็นสำคัญ

  • การขัดผิวส้มใช้เวลาประมาณ 6-10 ชั่วโมงต่อคัน
  • บางโชว์รูมอาจขัดเคลือบก่อนส่งมอบ ผิวส้มจะบางลงเล็กน้อย แต่ยังเห็นได้ชัด

4) ลบผิวส้มออก สีจะบางลงมั้ย

บางลงครับ แต่ถ้าใช้เครื่องมือเฉพาะทางอย่างแป้นเดนิม (Denim Pad) จะบางลงเพียงเล็กน้อย แทบไม่กระดิก

ทางบ้านคนรักรถเคยวัดก่อนขัดและหลังขัดแล้วพบว่าแทบไม่ต่าง เพราะขัดเฉพาะส่วนเกินของแล็กเกอร์ที่นูน ๆ ออกไป

แต่ถ้าใช้ขนแกะขัดกดลงไปเลยแบบตามอู่สีหรือตามคาร์แคร์ทั่วไป หรือใช้กระดาษทราย จะบางลงเยอะและมีโอกาสสีแหกได้เลยครับ

ถ้าเป็นสีเดิมจากโรงงาน การใช้กระดาษทรายปรับผิวส้มจะทำให้สีบางลงมาก มีผลระยะยาวในการใช้งานแน่นอน

ทำไมปรับผิวส้มแล้วเงาขึ้น

การปรับผิวส้มก่อนเคลือบแก้วจะช่วยให้รถเงางามมากขึ้น เพราะการขัดจะทำให้ผิวที่เป็นส่วนเกินของแล็กเกอร์ต่ำลง ใกล้กับพื้นฐานของแลคเกอร์ที่ดีอยู่แล้ว

ถ้าไม่ปรับผิวส้มแล้วเคลือบแก้ว ในกรณีรถใหม่จะไม่เงาขึ้นเลย รถจะได้แค่ลื่น ๆ ไล่น้ำ และป้องกันรอยขีดข่วนจากสารเคลือบแก้วเท่านั้น

แต่ถ้าเป็นรถเก่าใช้งานมาแล้ว มีริ้วรอยขนแมว การขัดสีแบบปกติจะช่วยให้รถเงาขึ้นได้ เพราะสีเดิมหมองอยู่แล้ว

ดังนั้นถ้าเป็นรถใหม่และอยากให้เงากว่าเดิม หรือรถเก่าใช้งานแล้วอยากให้เงางามแบบที่สุด ต้องปรับผิวส้มเท่านั้น

การปรับผิวส้มคือการลดส่วนเกินของแลคเกอร์ที่นูนให้ใกล้พื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว จึงทำให้ความเงาและความคมชัดของสีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ภาพเปรียบเทียบก่อน-หลังขัดปรับผิวส้ม

ตัวอย่างภาพก่อน-หลังการขัดปรับผิวส้ม เพื่อให้เห็นความเรียบและความเงาที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ภาพตัวอย่างก่อนขัดปรับผิวส้มบนสีรถ
ก่อนขัด

ผิวเคลียร์โค้ตยังเป็นคลื่น ทำให้ความเงาดูไม่คมชัด

ภาพตัวอย่างหลังขัดปรับผิวส้มบนสีรถ
หลังขัด

ผิวเรียบขึ้น สะท้อนแสงคมกว่าและเงางามขึ้น

ผลลัพธ์จริงขึ้นกับสภาพสี ความหนาสี และวิธีที่ใช้ในการขัด

2 วิธีปรับผิวส้มที่นิยม

การปรับผิวส้มมี 2 วิธีหลัก ๆ ซึ่งเหมาะกับงานคนละแบบ และมีผลต่อความหนาสีต่างกัน

วิธีที่ 1: แป้นเดนิม (Denim Pad)

Detailing
  • ใช้กับงาน Detailing ที่เน้นความเงาและความปลอดภัยของสีเดิม
  • วัดก่อน-หลังแล้วบางลงเพียงเล็กน้อย แทบไม่มีผลต่อการใช้งาน
  • ขัดเอาเฉพาะส่วนเกินของแล็กเกอร์ที่นูน ๆ ออกไป

เหมาะกับรถสีเดิมจากโรงงานที่ต้องการลดผิวส้มแบบปลอดภัย

วิธีที่ 2: กระดาษทราย + ขัดเงา

Body Shop
  • นิยมในอู่ทำสีรถยนต์ โดยจะลูบกระดาษทรายก่อนแล้วขัดขึ้นเงา
  • ทำให้สีบางลง เพราะขัดทั้งส่วนเกินและส่วนที่ดีออกไป
  • งานทำสีใหม่มักพ่นหนาเผื่อไว้ จึงรองรับการขัดได้

ถ้าเป็นสีเดิมจากโรงงาน วิธีนี้จะทำให้สีบางลงมากและส่งผลระยะยาว

ก่อนเลือกวิธีปรับผิวส้ม ควรให้ช่างที่มีประสบการณ์วัดความหนาสี และประเมินความเสี่ยงให้เหมาะกับรถของคุณ

ผลต่อราคาเคลือบแก้ว/เซรามิก

การปรับผิวส้มมีผลต่อราคาของการเคลือบแก้วเคลือบเซรามิกอย่างมาก เพราะใช้เวลาและทักษะสูง

แพ็กเกจที่ไม่ปรับผิวส้มราคาจะถูกกว่า แต่ถ้าอยากได้เงาที่สุด ให้เลือกปรับผิวส้มก่อนเคลือบเซรามิก

เรียบเรียงจากคลิป “เคลือบแก้ว กับการ ขัดผิวส้ม ดีอย่างไร...” โดยคุณโน้ต บ้านคนรักรถ