เคลือบสีรถ มีกี่ประเภท อะไรคือเคลือบ Wax อะไรคือเคลือบแก้ว?
ในตลาด “เคลือบสีรถ” มีทั้ง Wax, Carnauba, Glass Coating, Ceramic, Crystal และชื่อเรียกอีกมากมาย จนหลายคนสับสนว่าอะไรคืออะไร
บทความนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายในวิดีโอของคุณโน้ต บ้านคนรักรถ เพื่อช่วยให้คุณแยกได้ชัดว่าอะไรคือ “เคลือบลื่น (Soft Coat)” และอะไรคือ “เคลือบแข็ง (Hard Coat)” รวมถึงวิธีดูว่าบางสินค้าใช้คำว่า “เคลือบแก้ว” เป็นแค่ชื่อหรือเป็นประเภทจริง
วิดีโอต้นฉบับบน YouTube
ภาพรวม: การเคลือบสีรถมี 2 ประเภทใหญ่ๆ
กลุ่ม Wax / Carnauba และญาติๆ
เคลือบลื่น (Soft Coat)
เด่นเรื่องความลื่นและความเงาที่ทำได้ง่าย เหมาะกับงานดูแลสม่ำเสมอ แต่ความคงทนโดยธรรมชาติมักสั้นกว่า
กลุ่ม Glass / Ceramic / Crystal (ชื่อเรียกต่างกันได้)
เคลือบแข็ง (Hard Coat)
เป็นชั้นเคลือบที่เซ็ตตัวแข็ง ทำงานยากกว่าและมักมีต้นทุนสูงกว่า แต่ให้ความคงทนและความเสถียรของฟิล์มที่ดีขึ้นเมื่อทำถูกวิธี
จำให้สั้นที่สุด
ชื่อเรียกในตลาดอาจหลากหลาย แต่ให้จำง่ายๆ ว่าหลักๆ แยกตาม “ลักษณะฟิล์ม” (ลื่น/นิ่ม vs แข็ง/เซ็ตตัว) และ “วิธีใช้งาน” มากกว่าคำโฆษณา
กลุ่มเคลือบแว็กซ์ (Soft Coat): ไล่จากทำง่าย → ยาก
เคลือบแว็กซ์มีหลายรูปแบบ ทั้งสูตรน้ำ สูตรครีม หรือแบบขี้ผึ้งในกระป๋อง สิ่งสำคัญคือทั้งหมดนี้ยังอยู่ในกลุ่ม “Wax” ไม่ใช่เคลือบแก้วแท้ แม้บางแบรนด์จะตั้งชื่อว่าเคลือบแก้วก็ตาม
1) Quick Wax (สเปรย์สูตรน้ำ ฉีดแล้วเช็ดหลังล้าง)
- วิธีทำ: หลังล้างรถ ฉีดบางๆ แล้วเช็ดให้เงา
- จุดเด่น: ทำง่ายมาก รถดูเงาและลื่นทันที
- ข้อควรรู้: ความทนค่อนข้างสั้น เหมาะกับงานเก็บหลังล้างรถเอง
โดยประมาณ: ราว 1 สัปดาห์ หรือใช้ไป/ล้างรถไม่กี่ครั้งก็หมด
บางแบรนด์เรียก Quick Wax ว่า “เคลือบแก้ว” แต่ถ้าแค่ฉีดแล้วเช็ด นี่คือ Wax ไม่ใช่ Glass Coating
2) น้ำยาขัดกึ่งเคลือบ (ครีม)
- วิธีทำ: เทใส่ฟองน้ำ/เครื่องแล้ววนงาน มีสารขัดและสารเคลือบในตัว
- จุดเด่น: ช่วยเก็บรอยขนแมวและลดความหมองคล้ำได้ระดับหนึ่ง พร้อมทิ้งชั้นเคลือบ
- ข้อควรรู้: เพราะมีสารขัด ไม่ควรทำถี่เกินไปเพื่อเลี่ยงสีบาง
รอบทำที่นิยม: ประมาณทุก 3–6 เดือน (แล้วแต่การใช้งานและสภาพสี)
เช็คฉลากว่าบางรุ่นเป็น Pure Wax หรือมีสารขัดผสมอยู่ เพราะแนวทางความถี่ในการทำต่างกัน
3) Wax แบบขี้ผึ้ง (กระป๋อง)
- วิธีทำ: จก/ปาดออกมา ป้ายฟองน้ำ แล้ววนเป็นวงบนตัวรถหลังล้าง
- จุดเด่น: เป็นอีกสไตล์ของ Wax ที่หลายคนชอบเพราะฟีลลิ่งและความเงาแบบเฉพาะตัว
- ข้อควรรู้: แม้จะตั้งชื่อว่าเซรามิก/คริสตัล ก็อาจเป็นแค่ชื่อ หากเนื้อแท้ยังเป็น Wax
ความทนขึ้นอยู่กับสูตรและการดูแล (โดยทั่วไปยังอยู่ในกลุ่มทำซ้ำเป็นรอบๆ)
สรุปง่ายๆ: ทั้งสเปรย์/ครีม/ขี้ผึ้งที่กล่าวมาข้างต้น คือ “เคลือบแว็กซ์” ไม่ใช่เคลือบแก้วแท้
กลุ่มเคลือบแก้ว/เคลือบเซรามิก (Hard Coat) คืออะไร
เคลือบแข็งที่คนคุ้นหูมักเรียก “เคลือบแก้ว” และมีชื่ออื่นได้ เช่น เซรามิก/คริสตัล แต่ภาพรวมคือกลุ่มเดียวกัน: ฟิล์มที่เซ็ตตัวแข็งและคงทนกว่า
ลักษณะน้ำยามักเป็นน้ำใสๆ ปริมาณไม่มาก (เช่น 50–100 ml หรือน้อยกว่า) และเมื่อเซ็ตตัวจะกลายเป็นชั้นแข็งคล้ายผลึก
ทำไม Hard Coat ถึงแพงกว่า
เพราะทำงานยากกว่า ต้องควบคุมขั้นตอนและการเช็ดเก็บให้ทัน รวมถึงมักต้องพึ่งการเตรียมผิวและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้ผลงานออกมาเนียนและทน
ชื่อเรียกไม่ใช่ประเด็นหลัก
จะเรียกแก้ว/เซรามิก/คริสตัลก็ได้ แต่ให้ดูว่ามันเป็น “เคลือบแข็งที่เซ็ตตัว” จริงหรือไม่ และทำตามกระบวนการที่ถูกต้องหรือเปล่า
วิธีแยก “ชื่อ” กับ “ประเภท” ให้ชัวร์
- ดูวิธีใช้งาน: ถ้า “ฉีดแล้วเช็ด” หลังล้างรถเป็นหลัก มักเป็น Quick Wax (Soft Coat)
- ดูเป้าหมายงาน: ถ้ามีขั้นตอน/เวลาพักเซ็ตตัวและต้องทำละเอียดมากขึ้น มักขยับเข้าใกล้ Hard Coat
- อย่าตัดสินจากราคาขวดอย่างเดียว: ของไม่กี่ร้อยที่เรียกเคลือบแก้วอาจเป็นแค่ชื่อ ให้เทียบที่ “ประเภท” ก่อน
เลือกแบบไหนเหมาะกับคุณ
เหมาะกับ Wax (Soft Coat)
- ชอบล้าง/ดูแลรถเองเป็นประจำ
- อยากได้ความเงาและความลื่นแบบทำง่าย
- รับได้กับความทนที่สั้นกว่าและการทำซ้ำเป็นรอบๆ
เหมาะกับ Glass/Ceramic (Hard Coat)
- อยากได้ฟิล์มที่คงทนและเสถียรกว่าเมื่อทำถูกวิธี
- ต้องการงานที่มีขั้นตอนเตรียมผิวและ QC ชัดเจน
- โอเคกับงบและเวลาทำที่สูงขึ้นเพื่อมาตรฐานงาน
ข้อสรุปของคลิปคือ: อย่าเพิ่งสรุปว่า “ถูกกว่า = คุ้มกว่า” ให้ดูว่ามันเป็นแค่ชื่อหรือเป็นประเภทการเคลือบจริง แล้วค่อยเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
สเปรย์เคลือบแก้วหลักร้อยที่ฉีดแล้วเช็ดคือเคลือบแก้วไหม?
ถ้าวิธีใช้หลักๆ คือฉีดแล้วเช็ดหลังล้างรถ ส่วนมากเป็น Quick Wax (Soft Coat) แม้บนขวดจะเรียกเคลือบแก้วก็ตาม
Wax มีแบบไหนบ้าง?
โดยแนวทางในคลิปแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก: Quick Wax (สูตรน้ำฉีดเช็ด), น้ำยาขัดกึ่งเคลือบแบบครีม, และ Wax แบบขี้ผึ้งในกระป๋อง
ทำไมน้ำยาขัดกึ่งเคลือบถึงไม่ควรทำบ่อย?
เพราะมักมีสารขัดผสมอยู่ ถ้าทำถี่เกินไปอาจทำให้ชั้นสี/แล็กเกอร์บางลง ควรเว้นรอบตามความเหมาะสม
เคลือบแก้ว/เซรามิก/คริสตัล ต่างกันไหม?
ชื่ออาจต่างกันได้ แต่แกนหลักคือกลุ่มเคลือบแข็งที่เซ็ตตัวเป็นฟิล์มแข็ง ให้ดูประเภทและกระบวนการทำงานมากกว่าคำเรียก
จะเลือกให้คุ้มควรดูอะไรเป็นอันดับแรก?
ดู “ประเภท” ก่อน (Soft Coat หรือ Hard Coat) และดูขั้นตอน/วิธีใช้งานจริง อย่าตัดสินจากชื่อบนฉลากหรือราคาขวดเพียงอย่างเดียว
เรียบเรียงจากคลิปความรู้เรื่อง “เคลือบ Wax vs เคลือบแก้ว” โดยคุณโน้ต บ้านคนรักรถ
